3 สัญญาณเตือน ก่อนเป็นโรคเหงือก ที่ไม่ควรมองข้าม
3 สัญญาณเตือน ก่อนเป็นโรคเหงือก มีอะไรบ้าง? หลายคนอาจคิดว่าโรคเหงือกต้องเริ่มจากอาการปวดฟัน เหงือกบวมมาก หรือฟันโยกก่อนจึงจะรู้ตัว แต่ความจริงแล้วโรคเหงือกสามารถเริ่มจากอาการเล็ก ๆ ที่ดูเหมือนไม่รุนแรง เช่น แปรงฟันแล้วมีเลือดออก เหงือกแดงบวม หรือมีกลิ่นปากบ่อย
อาการเหล่านี้ไม่ควรถูกมองว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะอาจเป็นสัญญาณของ เหงือกอักเสบ หรือ Gingivitis ซึ่งเป็นระยะแรกของโรคเหงือก
หากได้รับการดูแลตั้งแต่ระยะแรก เหงือกอักเสบสามารถดีขึ้นได้ แต่หากปล่อยให้การอักเสบดำเนินต่อไป อาจพัฒนาเป็น โรคปริทันต์ หรือ Periodontitis ซึ่งสามารถทำลายเนื้อเยื่อและกระดูกรอบรากฟันได้
ดังนั้น การรู้จักสัญญาณเตือนตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงมีความสำคัญต่อการรักษาฟันธรรมชาติให้อยู่กับเราได้นานที่สุด
โรคเหงือก คืออะไร?
โรคเหงือกเป็นภาวะอักเสบของเนื้อเยื่อที่อยู่รอบฟัน โดยสาเหตุสำคัญอย่างหนึ่งคือ คราบจุลินทรีย์ หรือ Plaque ที่สะสมบริเวณขอบเหงือกและผิวฟัน
หากคราบเหล่านี้ไม่ได้รับการกำจัดอย่างเหมาะสม สามารถทำให้เหงือกเกิดการอักเสบได้
ในระยะแรกอาจพบเพียงเหงือกแดง บวม หรือมีเลือดออกง่าย เรียกว่า เหงือกอักเสบ
แต่หากการอักเสบลุกลามลงลึกจนเกิดการสูญเสียเนื้อเยื่อยึดเกาะและกระดูกรอบรากฟัน จะเรียกว่า โรคปริทันต์
โรคปริทันต์ที่รุนแรงสามารถทำให้ฟันโยกและสูญเสียฟันได้ในที่สุด
ดังนั้นโรคเหงือกไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของ “เหงือกบวม” แต่สามารถส่งผลต่อโครงสร้างที่ช่วยพยุงฟันด้วย
3 สัญญาณเตือนโรคเหงือกที่ควรสังเกต
- แปรงฟันแล้วเลือดออกตามไรฟัน
หนึ่งในอาการที่พบได้บ่อยคือ เลือดออกขณะแปรงฟันหรือใช้ไหมขัดฟัน
หลายคนเข้าใจว่าเกิดจากแปรงแรงเกินไปเพียงอย่างเดียว แต่หากมีเลือดออกซ้ำ ๆ โดยเฉพาะบริเวณเดิม อาจเป็นสัญญาณว่าบริเวณนั้นมีการอักเสบของเหงือก
เหงือกที่มีสุขภาพดีโดยทั่วไปไม่ควรมีเลือดออกเป็นประจำจากการแปรงอย่างถูกวิธี
เมื่อมีคราบจุลินทรีย์สะสมใกล้ขอบเหงือก ร่างกายจะตอบสนองด้วยกระบวนการอักเสบ ทำให้เนื้อเยื่อเหงือกบวมและมีเลือดออกง่ายขึ้น
จึงไม่ควรแก้ด้วยการ “หยุดแปรงตรงที่เลือดออก” เพราะอาจทำให้คราบสะสมเพิ่มขึ้น
สิ่งที่ควรทำคือปรับวิธีแปรงให้ถูกต้อง ใช้แปรงขนนุ่ม ทำความสะอาดบริเวณขอบเหงือกอย่างสม่ำเสมอ และหากยังมีเลือดออกต่อเนื่องควรเข้ารับการตรวจ
เลือดออกตามไรฟันทุกครั้ง อันตรายไหม?
ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นโรคปริทันต์รุนแรงทุกคน แต่ก็ไม่ควรมองข้าม
เลือดออกตามไรฟันสามารถเกิดจากเหงือกอักเสบ การแปรงแรง หรือปัจจัยอื่นได้ จึงต้องดูร่วมกับสุขภาพเหงือกโดยรวมและการตรวจในช่องปาก
หากมีอาการร่วมกับ เหงือกบวม กลิ่นปาก เหงือกร่น หรือฟันโยก ยิ่งควรได้รับการตรวจ
- เหงือกแดง บวม หรือกดแล้วรู้สึกเจ็บ
เหงือกที่มีสุขภาพดีควรมีลักษณะกระชับ ไม่บวม และไม่เจ็บง่าย
หากเริ่มสังเกตว่าเหงือกบริเวณใดบริเวณหนึ่ง แดงกว่าปกติ บวม นิ่ม หรือรู้สึกเจ็บเมื่อสัมผัส อาจเป็นอีกหนึ่งสัญญาณของการอักเสบ
โดยเฉพาะบริเวณขอบเหงือกระหว่างฟัน ซึ่งเป็นบริเวณที่เศษอาหารและคราบจุลินทรีย์สามารถสะสมได้ง่าย
บางคนไม่มีอาการปวดเลยจึงคิดว่าเหงือกปกติ แต่โรคเหงือกในระยะแรกสามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่มีอาการปวดชัดเจน
นี่จึงเป็นเหตุผลที่ไม่ควรรอจน “ปวดก่อนค่อยไปหาหมอ”
- มีกลิ่นปากบ่อย แม้แปรงฟันแล้ว
กลิ่นปากสามารถเกิดจากหลายสาเหตุ ไม่ได้หมายความว่าทุกคนที่มีกลิ่นปากจะเป็นโรคเหงือก
แต่หาก มีกลิ่นปากเรื้อรัง แม้แปรงฟันและทำความสะอาดช่องปากแล้ว หนึ่งในสาเหตุที่ควรตรวจคือการสะสมของคราบจุลินทรีย์ หินปูน หรือการอักเสบบริเวณเหงือก
เมื่อคราบและแบคทีเรียสะสมตามขอบเหงือกหรือซอกฟัน อาจทำให้เกิดสารที่มีกลิ่นและทำให้มีกลิ่นปากได้
หากมีกลิ่นปากร่วมกับ เลือดออกตามไรฟัน เหงือกบวม หรือมีหินปูนจำนวนมาก ควรตรวจสุขภาพเหงือกเพื่อหาสาเหตุ
อย่างไรก็ตาม กลิ่นปากยังสามารถเกิดจากลิ้นแห้ง ปากแห้ง อาหาร ยาบางชนิด หรือสาเหตุอื่นได้ จึงไม่ควรวินิจฉัยจากกลิ่นปากเพียงอย่างเดียว
ถ้ามี 1 ใน 3 อาการ แปลว่าเป็นโรคเหงือกแล้วหรือยัง?
ไม่สามารถวินิจฉัยได้จากอาการเพียงอย่างเดียว
แต่หากพบ เลือดออกตามไรฟัน เหงือกแดงบวม หรือกลิ่นปากเรื้อรัง ถือเป็นสัญญาณที่ควรให้ความสนใจและเข้ารับการตรวจ
โดยเฉพาะคำว่า “ก่อนเป็นโรคเหงือก” จริง ๆ แล้วในทางการแพทย์ควรเข้าใจว่า อาการบางอย่างอาจหมายถึง เหงือกเริ่มมีการอักเสบแล้ว
จึงไม่ควรรอให้อาการรุนแรงขึ้นก่อนค่อยรักษา
การตรวจตั้งแต่ระยะแรกช่วยให้สามารถประเมินได้ว่าเป็นเพียงเหงือกอักเสบ หรือมีการสูญเสียกระดูกรอบฟันและพัฒนาเป็นโรคปริทันต์แล้ว
เหงือกอักเสบ กับโรคปริทันต์ ต่างกันอย่างไร?
สองภาวะนี้เกี่ยวข้องกัน แต่ไม่เหมือนกัน
เหงือกอักเสบ หรือ Gingivitis เป็นการอักเสบที่จำกัดอยู่บริเวณเหงือก ยังไม่มีการสูญเสียเนื้อเยื่อยึดเกาะหรือกระดูกรอบฟันจากโรคปริทันต์ หากได้รับการควบคุมคราบจุลินทรีย์และดูแลอย่างเหมาะสม ภาวะนี้สามารถดีขึ้นได้
ส่วน โรคปริทันต์ หรือ Periodontitis เป็นภาวะที่การอักเสบลุกลามลงไปยังโครงสร้างที่รองรับฟัน ทำให้เกิดการสูญเสียเนื้อเยื่อยึดเกาะและกระดูกรอบรากฟัน
เมื่อกระดูกสูญเสียมากขึ้น อาจพบ เหงือกร่น ฟันดูยาวขึ้น ช่องฟันกว้างขึ้น ฟันเคลื่อนตำแหน่ง หรือฟันโยก
การรักษาในระยะนี้จึงซับซ้อนกว่าการดูแลเหงือกอักเสบระยะแรก
3 สัญญาณเตือน ก่อนเป็นโรคเหงือก โคราช ปรึกษาที่ Ortho Smile Clinic
สำหรับผู้ที่กำลังค้นหาข้อมูล “3 สัญญาณเตือน ก่อนเป็นโรคเหงือก โคราช” หรือมีอาการ แปรงฟันแล้วเลือดออก เหงือกแดงบวม มีกลิ่นปาก เหงือกร่น หรือเริ่มรู้สึกว่าฟันโยก สามารถเข้ารับการตรวจสุขภาพเหงือกที่ Ortho Smile Clinic
ทันตแพทย์จะประเมินสภาพเหงือก คราบจุลินทรีย์ หินปูน และบริเวณรอบฟัน เพื่อแยกว่าเป็นเหงือกอักเสบระยะแรกหรือมีภาวะปริทันต์ที่ต้องได้รับการดูแลเพิ่มเติม
Ortho Smile Clinic มี 4 สาขาในจังหวัดนครราชสีมา ได้แก่ สาขา NDC สืบศิริ, สาขา PTT สุรณารายณ์ หน้ามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน, สาขาเซฟวัน และสาขาเซ็นทรัลโคราช ชั้น 3
หากมีเลือดออกตามไรฟันซ้ำ ๆ หรือเริ่มรู้สึกว่าสุขภาพเหงือกเปลี่ยนไป ไม่จำเป็นต้องรอให้อาการรุนแรง สามารถเข้ารับการตรวจเพื่อหาสาเหตุและวางแผนดูแลได้ตั้งแต่ระยะแรก
อาการของโรคเหงือกและระดับความรุนแรงแตกต่างกันในแต่ละบุคคล อาการเลือดออก เหงือกบวม หรือกลิ่นปากสามารถเกิดจากสาเหตุอื่นได้เช่นกัน การวินิจฉัยจำเป็นต้องอาศัยการตรวจโดยทันตแพทย์
ต้องการจองคิวทำฟัน หรือ สอบถามรายละเอียด
IN BOX : m.me/orthosmilekorat
ID LINE : https://line.me/R/ti/p/%40dhh0551e
TIKTOK : https://www.tiktok.com/@orthosmilekorat
WebSite : https://orthosmilekorat.world/
สำนักงานใหญ่ NDC สืบศิริ (ถ.สืบศิริ)
โทร. 065-2405720 , 093-5682666
https://maps.app.goo.gl/wY7UcbFzwDg1ssJe6
สาขาในปั้มปตท.หน้าม.เทคโนราชมงคลอีสาน(ถ.สุรณารายน์)
โทร. 044-271560 , 081-1202903
https://maps.app.goo.gl/XKJ1JW2vh6n4cNEm7
สาขาเซฟวัน (โซนซาลอน)
โทร. 063-881-8190 , 065-5125145
https://goo.gl/maps/viYtUD3mASF2T3S7A
สาขาใหม่ สาขาเซ็นทรัลโคราช ชั้น 3 เยื้องสำนักงานหนังสือเดินทาง
โทร.061-159-9333, 065-240-5719
https://maps.app.goo.gl/LibThhrzkVBT4QfA9
