เด็กชอบดูดนิ้ว ฟันจะเสียจริงไหม? ส่งผลต่อฟันและการสบฟันอย่างไร
เด็กชอบดูดนิ้ว ฟันจะเสียจริงไหม? เป็นคำถามที่คุณพ่อคุณแม่หลายคนกังวล โดยเฉพาะเมื่อลูกดูดนิ้วเป็นประจำก่อนนอน ระหว่างดูโทรทัศน์ หรือทำเวลารู้สึกง่วงและต้องการความสบายใจ
การดูดนิ้วเป็นพฤติกรรมที่พบได้ตามธรรมชาติในเด็กเล็ก และไม่ได้หมายความว่าเด็กทุกคนที่ดูดนิ้วจะมีฟันผิดปกติทันที
แต่หากเด็ก ดูดนิ้วต่อเนื่องเป็นเวลานาน โดยเฉพาะดูดบ่อย ดูดแรง และยังมีพฤติกรรมนี้เมื่ออายุมากขึ้น แรงจากนิ้วสามารถมีผลต่อแนวฟันและการสบฟันได้
ปัญหาที่อาจพบ ได้แก่ ฟันหน้าบนยื่น ฟันหน้าสบเปิด แนวฟันบนแคบลง หรือการสบฟันบริเวณด้านหลังเปลี่ยนไปในเด็กบางราย
ดังนั้น สิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงว่า “ลูกดูดนิ้วหรือไม่” แต่ต้องดูร่วมกันว่า ดูดบ่อยแค่ไหน นานแค่ไหน ดูดแรงเพียงใด และเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงของฟันหรือการสบฟันแล้วหรือยัง
ทำไมเด็กถึงชอบดูดนิ้ว?
การดูดเป็นพฤติกรรมตามธรรมชาติของทารกและเด็กเล็ก เด็กบางคนจึงดูดนิ้วเพื่อช่วยให้ตัวเองรู้สึกผ่อนคลาย ง่วงนอน หรือรู้สึกปลอดภัย
ในช่วงวัยเด็กเล็ก พฤติกรรมนี้ไม่ได้ถือว่าผิดปกติเสมอไป และเด็กจำนวนมากสามารถค่อย ๆ ลดหรือหยุดพฤติกรรมได้เองเมื่อโตขึ้น
สิ่งที่ควรให้ความสนใจคือ หากพฤติกรรมยังเกิดขึ้นต่อเนื่องจนเข้าสู่วัยที่ฟันและขากรรไกรกำลังพัฒนา และมีการดูดนิ้วเป็นเวลานานในแต่ละวัน อาจเริ่มมีผลต่อการเรียงตัวของฟันและลักษณะการสบฟัน
เด็กดูดนิ้วทำให้ฟันเสียจริงไหม?
อาจส่งผลได้ แต่ไม่ได้เกิดกับเด็กทุกคน
ผลของการดูดนิ้วขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย โดยเฉพาะ ความถี่ ระยะเวลา และความแรงในการดูด
เด็กที่ดูดนิ้วเพียงช่วงสั้น ๆ เป็นครั้งคราว อาจมีผลต่อฟันน้อยกว่าเด็กที่ดูดนิ้วเป็นเวลาหลายชั่วโมงทุกวันหรือดูดขณะนอนเป็นประจำ
เมื่อมีแรงจากนิ้วกดบริเวณฟันและเพดานปากซ้ำ ๆ เป็นเวลานาน อาจมีผลต่อแนวของฟันและการสบฟันที่กำลังพัฒนา
ดังนั้นไม่ควรใช้คำว่า “ดูดนิ้วแล้วฟันเสียแน่นอน”
คำที่เหมาะสมกว่าคือ “การดูดนิ้วต่อเนื่องและเป็นเวลานานอาจเพิ่มโอกาสเกิดความผิดปกติของการสบฟันในเด็กบางราย”
- ดูดนิ้วนาน อาจทำให้ฟันหน้าบนยื่น
หนึ่งในลักษณะที่อาจพบในเด็กที่มีพฤติกรรมดูดนิ้วต่อเนื่องคือ ฟันหน้าบนยื่นออกมาด้านหน้า
ขณะดูดนิ้ว นิ้วสามารถออกแรงบริเวณด้านหลังของฟันหน้าบน ขณะที่ริมฝีปากและกล้ามเนื้อรอบปากมีแรงในทิศทางอื่นร่วมด้วย
เมื่อแรงดังกล่าวเกิดขึ้นซ้ำ ๆ เป็นเวลานาน อาจมีผลต่อมุมและตำแหน่งของฟันหน้าในเด็กบางคน
หากฟันหน้ายื่นมาก นอกจากเรื่องการสบฟันแล้ว ฟันหน้าที่อยู่ด้านนอกมากยังอาจมีโอกาสได้รับการกระแทกจากการหกล้มหรืออุบัติเหตุได้ง่ายขึ้น
หากคุณพ่อคุณแม่เริ่มเห็นว่าฟันหน้าบนของลูกยื่นออกมาชัดเจน ควรเข้ารับการตรวจเพื่อประเมินสาเหตุ
- ดูดนิ้วอาจทำให้ฟันหน้าสบเปิด
ฟันหน้าสบเปิด หรือ Open Bite เป็นหนึ่งในปัญหาที่สัมพันธ์กับพฤติกรรมดูดนิ้วที่ต่อเนื่อง
ลักษณะคือ เมื่อเด็กกัดฟันหลังเข้าหากันแล้ว ฟันหน้าบนและฟันหน้าล่างยังมีช่องว่างและไม่สัมผัสกัน
เด็กบางคนอาจมีปัญหาในการใช้ฟันหน้ากัดอาหาร เช่น กัดเส้นอาหารหรืออาหารบางชนิดได้ไม่สะดวก
ในบางรายยังอาจมีลักษณะการออกเสียงหรือการวางตำแหน่งลิ้นที่ต้องได้รับการประเมินร่วมด้วย
อย่างไรก็ตาม ฟันสบเปิดไม่ได้เกิดจากการดูดนิ้วเพียงสาเหตุเดียว ยังสามารถเกี่ยวข้องกับรูปแบบการเจริญเติบโตของขากรรไกรและปัจจัยอื่นได้ด้วย
- แนวฟันบนอาจแคบลงในเด็กบางราย
แรงจากพฤติกรรมดูดนิ้วที่เกิดซ้ำเป็นเวลานานสามารถมีผลต่อสมดุลของแรงจากลิ้น แก้ม และริมฝีปาก
ในเด็กบางคนอาจพบว่า แนวฟันบนมีลักษณะแคบกว่าปกติ หรือเกิดความผิดปกติของการสบฟันด้านข้างร่วมด้วย
แต่ไม่ควรสรุปว่า “ดูดนิ้วทำให้ขากรรไกรผิดรูปทุกคน”
ผลที่เกิดขึ้นขึ้นกับระยะเวลาของพฤติกรรม ช่วงอายุ และรูปแบบการเจริญเติบโตของเด็กแต่ละคน
จึงจำเป็นต้องตรวจในช่องปากก่อนว่าจะเป็นเพียงการเปลี่ยนแปลงของตำแหน่งฟัน หรือมีความสัมพันธ์กับโครงสร้างของขากรรไกรด้วย
- ดูดนิ้วอาจสัมพันธ์กับฟันหลังสบคร่อม
เด็กบางคนที่มีแนวฟันบนแคบ อาจพบ ฟันหลังสบคร่อม หรือ Posterior Crossbite
โดยปกติฟันบนควรครอบฟันล่างเล็กน้อย แต่ในกรณีสบคร่อม ฟันบนบางตำแหน่งอาจสบอยู่ด้านในของฟันล่าง
บางรายอาจต้องเลื่อนขากรรไกรไปด้านใดด้านหนึ่งขณะกัดฟันเพื่อให้ฟันสบกัน
หากพบว่าลูกกัดฟันแล้วคางดูเบี้ยว แนวกึ่งกลางของฟันบนกับล่างไม่ตรง หรือฟันด้านใดด้านหนึ่งสบผิดปกติ ควรให้ทันตแพทย์ตรวจเพิ่มเติม
- ฟันอาจเรียงตัวเปลี่ยนไป
พฤติกรรมดูดนิ้วที่ต่อเนื่องสามารถมีผลต่อแรงที่กระทำกับฟันระหว่างช่วงการเจริญเติบโต
จึงอาจทำให้ฟันบางซี่เปลี่ยนตำแหน่ง ฟันหน้าบนยื่นออก หรือฟันหน้าล่างมีแนวเอียงเข้าด้านในในบางคน
แต่การเรียงตัวของฟันยังขึ้นกับอีกหลายปัจจัย เช่น ขนาดของฟัน พื้นที่ในขากรรไกร พันธุกรรม และการขึ้นของฟันแท้
หากพบฟันซ้อน ฟันยื่น หรือการเรียงตัวที่ผิดปกติ จึงควรประเมินภาพรวมทั้งหมด ไม่ควรสรุปว่าเกิดจากการดูดนิ้วเพียงอย่างเดียว
ดูดนิ้วนานแค่ไหนถึงเริ่มมีผลต่อฟัน?
ไม่มีจำนวนวันหรือจำนวนเดือนเดียวที่ใช้ได้กับเด็กทุกคน
ผลต่อฟันขึ้นอยู่กับ ความถี่ ระยะเวลา และความแรง ร่วมกัน
เด็กที่ดูดนิ้ววันละไม่กี่นาทีอาจแตกต่างจากเด็กที่ดูดนิ้วหลายชั่วโมงหรือดูดต่อเนื่องขณะนอนหลับ
โดยทั่วไป หากพฤติกรรมยังคงอยู่เมื่อเด็กเข้าสู่วัยอนุบาล โดยเฉพาะเมื่อเริ่มใกล้ช่วงที่ฟันแท้กำลังขึ้น ควรให้ความสนใจมากขึ้น
หากลูกอายุประมาณ 4 ปีขึ้นไปแล้วยังดูดนิ้วเป็นประจำ หรือเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงของฟันและการสบฟัน ควรเข้ารับการประเมิน
แต่หากพบความผิดปกติชัดเจนก่อนหน้านั้น ก็สามารถพามาตรวจได้โดยไม่ต้องรอถึงอายุ 4 ปี
ถ้าหยุดดูดนิ้วแล้ว ฟันจะกลับมาเองไหม?
บางการเปลี่ยนแปลงอาจดีขึ้นได้ โดยเฉพาะหากเด็กหยุดพฤติกรรมตั้งแต่อายุน้อยและยังอยู่ในช่วงการเจริญเติบโต
ตัวอย่างเช่น ฟันสบเปิดจากพฤติกรรมบางรูปแบบอาจมีแนวโน้มดีขึ้นหลังหยุดดูดนิ้วในเด็กบางราย
แต่ไม่ได้หมายความว่าฟันและการสบฟันจะกลับมาเป็นปกติเองทั้งหมดทุกคน
หากพฤติกรรมดำเนินมานาน หรือมีความผิดปกติของแนวฟันและขากรรไกรมาก อาจยังต้องได้รับการจัดฟันหรือใช้เครื่องมืออื่นตามความเหมาะสม
ดังนั้นหลังลูกหยุดดูดนิ้วแล้ว หากการสบฟันยังผิดปกติ ควรเข้ารับการตรวจ
ลูกอายุ 2–3 ขวบยังดูดนิ้ว ต้องกังวลไหม?
การดูดนิ้วในเด็กเล็กสามารถพบได้ตามธรรมชาติ และเด็กจำนวนมากจะค่อย ๆ ลดพฤติกรรมลงเองเมื่อโตขึ้น
ในวัยนี้ไม่ควรรีบสร้างความกดดันหรือทำให้เด็กรู้สึกว่าตัวเองทำผิด
สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ทำได้คือสังเกตว่า เด็กดูดนิ้วบ่อยแค่ไหน ดูดในช่วงใด และฟันหรือการสบฟันเริ่มเปลี่ยนแปลงหรือไม่
หากมีข้อสงสัย สามารถให้ทันตแพทย์ตรวจพัฒนาการของฟันร่วมกับการตรวจสุขภาพช่องปากตามปกติได้
อายุ 4–5 ปียังดูดนิ้ว ควรทำอย่างไร?
หากเด็กเข้าสู่วัยประมาณ 4–5 ปีแล้วยังดูดนิ้วบ่อย ควรเริ่มช่วยลดพฤติกรรมอย่างจริงจังมากขึ้น โดยเฉพาะหากดูดนิ้วขณะนอนหรือเป็นเวลานานในแต่ละวัน
ช่วงนี้ควรใช้วิธีที่ ให้กำลังใจและไม่ลงโทษ
พยายามสังเกตว่าเด็กมักดูดนิ้วในสถานการณ์ใด เช่น ก่อนนอน ขณะเครียด เบื่อ หรือต้องการความสบายใจ แล้วช่วยหากิจกรรมหรือวิธีผ่อนคลายอื่นมาทดแทน
หากเริ่มพบฟันยื่น ฟันสบเปิด หรือการสบฟันผิดปกติ ควรเข้ารับการตรวจควบคู่กัน
ควรห้ามลูกดูดนิ้วแบบไหน?
ไม่ควรใช้การดุ ลงโทษ ล้อเลียน หรือทำให้เด็กอาย เพราะอาจเพิ่มความเครียดและทำให้เด็กยิ่งพึ่งพาพฤติกรรมดูดนิ้วเพื่อปลอบตัวเอง
วิธีที่เหมาะสมกว่าคือค่อย ๆ สร้างแรงจูงใจ ชื่นชมเมื่อเด็กสามารถหยุดได้ และให้เด็กมีส่วนร่วมในการตั้งเป้าหมาย
ตัวอย่างเช่น เริ่มจากช่วยให้หยุดดูดนิ้วช่วงกลางวันก่อน แล้วจึงค่อยจัดการช่วงก่อนนอน
สำหรับเด็กโตที่เข้าใจเหตุผลแล้ว อาจอธิบายง่าย ๆ ว่า การดูดนิ้วต่อเนื่องอาจทำให้ฟันเปลี่ยนตำแหน่ง เพื่อให้เด็กอยากร่วมมือด้วยตัวเอง
ใช้น้ำยาขมทานิ้วได้ไหม?
ไม่ควรใช้วิธีใดเพียงเพราะต้องการบังคับให้เด็กหยุดโดยทันที โดยเฉพาะหากเด็กยังเล็กหรือไม่เข้าใจเหตุผล
หากต้องการใช้อุปกรณ์หรือผลิตภัณฑ์ช่วยลดพฤติกรรม ควรพูดคุยกับทันตแพทย์หรือบุคลากรทางสุขภาพก่อน เพื่อเลือกวิธีที่เหมาะกับอายุและพฤติกรรมของเด็ก
สิ่งสำคัญคือค้นหาด้วยว่า เด็กดูดนิ้วเพราะอะไร และใช้แนวทางที่ไม่สร้างความเครียดเกินความจำเป็น
ถ้าลูกหยุดดูดนิ้วไม่ได้ ต้องใส่เครื่องมือไหม?
ขั้นแรกมักเริ่มจากการปรับพฤติกรรมและสร้างแรงจูงใจให้เด็กหยุดด้วยตัวเอง
แต่หากเด็กโตพอที่จะเข้าใจและให้ความร่วมมือแล้ว พฤติกรรมยังคงต่อเนื่อง และเริ่มมีผลต่อการสบฟัน ทันตแพทย์อาจพิจารณาวิธีช่วยเพิ่มเติมตามความเหมาะสม
ในบางกรณีอาจมีเครื่องมือทางทันตกรรมที่ช่วยเตือนหรือลดพฤติกรรม แต่ไม่ใช่เครื่องมือที่ต้องใช้กับเด็กที่ดูดนิ้วทุกคน
การเลือกใช้ต้องดูทั้งอายุ ความพร้อมของเด็ก ระยะเวลาของพฤติกรรม และความผิดปกติของฟันที่เกิดขึ้นแล้ว
ดูดนิ้วทำให้ต้องจัดฟันแน่นอนไหม?
เด็กที่เคยดูดนิ้วไม่ได้หมายความว่าจะต้องจัดฟันทุกคน
หากหยุดพฤติกรรมได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ และยังไม่มีความผิดปกติที่คงอยู่ ฟันและการสบฟันอาจสามารถพัฒนาต่อได้โดยไม่จำเป็นต้องรักษาจัดฟัน
แต่หากมีฟันยื่น ฟันสบเปิด ฟันหลังสบคร่อม หรือการสบฟันผิดปกติคงอยู่หลังเลิกดูดนิ้ว อาจต้องได้รับการประเมินด้านการจัดฟัน
จึงควรตัดสินจาก สภาพฟันจริงหลังตรวจ ไม่ใช่จากประวัติการดูดนิ้วเพียงอย่างเดียว
ลูกดูดนิ้วและมีฟันสบเปิด ควรจัดฟันเมื่อไหร่?
ขั้นแรกควรประเมินทั้งพฤติกรรมดูดนิ้วและความรุนแรงของฟันสบเปิด
หากพฤติกรรมยังไม่หยุด การรักษาตำแหน่งฟันเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ เพราะแรงจากการดูดนิ้วยังคงกระทำต่อฟันอย่างต่อเนื่อง
ดังนั้นในหลายกรณีจึงต้องจัดการพฤติกรรมควบคู่กับการประเมินด้านการจัดฟัน
บางเด็กอาจเพียงติดตามหลังหยุดดูดนิ้ว
บางรายอาจต้องรักษาในช่วงฟันผสม
ส่วนบางคนอาจรอจนฟันแท้ขึ้นมากขึ้นแล้วจึงจัดฟันแบบเต็มรูปแบบ
ช่วงเวลาที่เหมาะสมแตกต่างกันในเด็กแต่ละคน
พฤติกรรมดูดนิ้วมีผลต่อขากรรไกรจริงไหม?
การดูดนิ้วที่ต่อเนื่องอาจมีผลต่อ รูปแบบของแนวฟันและความสัมพันธ์ของโครงสร้างบริเวณช่องปากในเด็กบางราย โดยเฉพาะในช่วงที่ยังมีการเจริญเติบโต
แต่ควรหลีกเลี่ยงการใช้คำว่า “ดูดนิ้วทำให้ขากรรไกรผิดรูป” แบบเหมารวม
เพราะผลกระทบขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย และรูปแบบการเจริญเติบโตของขากรรไกรยังได้รับอิทธิพลจากพันธุกรรมและปัจจัยอื่นด้วย
หากสงสัยว่าลูกมีแนวฟันบนแคบ คางเบี้ยว ฟันสบคร่อม หรือโครงสร้างการสบฟันผิดปกติ ควรให้ทันตแพทย์ตรวจโดยตรง
ควรพาลูกมาตรวจเมื่อมีอาการอะไร?
คุณพ่อคุณแม่ควรพิจารณาพาลูกมาตรวจ หากพบว่า ยังดูดนิ้วเป็นประจำหลังเข้าสู่วัยอนุบาล ฟันหน้าบนเริ่มยื่น ฟันหน้ากัดไม่ถึงกัน ฟันหลังสบคร่อม กัดแล้วคางเบี้ยว หรือรู้สึกว่าการเรียงตัวของฟันเปลี่ยนไป
หากลูกไม่มีอาการปวดก็สามารถตรวจได้ เพราะความผิดปกติของการสบฟันมักไม่ได้ทำให้ปวดในระยะแรก
การตรวจเร็วไม่ได้หมายความว่าจะต้องติดเครื่องมือทันที แต่ช่วยให้ทราบว่าควรเพียงติดตาม ช่วยหยุดพฤติกรรม หรือวางแผนรักษาในช่วงใด
เด็กชอบดูดนิ้ว ฟันจะเสียจริงไหม?
การดูดนิ้วไม่ได้ทำให้ฟันเสียหรือผิดปกติทันทีในเด็กทุกคน โดยเฉพาะในเด็กเล็กซึ่งพฤติกรรมดูดเป็นส่วนหนึ่งของพัฒนาการตามธรรมชาติ
แต่หากดูดนิ้ว บ่อย นาน และแรงต่อเนื่องเมื่อเด็กโตขึ้น อาจมีผลต่อแนวฟันและการสบฟัน เช่น ฟันหน้าบนยื่น ฟันหน้าสบเปิด แนวฟันบนแคบ หรือฟันหลังสบคร่อมในบางราย
ความรุนแรงจะแตกต่างกันตามพฤติกรรมและพัฒนาการของเด็กแต่ละคน
หากลูกยังดูดนิ้วเมื่อเข้าสู่วัยอนุบาล หรือเริ่มเห็นว่าฟันและการสบฟันเปลี่ยนไป ควรเข้ารับการตรวจเพื่อประเมินว่า ควรเริ่มจากการปรับพฤติกรรม ติดตามการเจริญเติบโต หรือจำเป็นต้องวางแผนการรักษาทางทันตกรรมเพิ่มเติม
เด็กชอบดูดนิ้ว ฟันจะเสียจริงไหม โคราช? สามารถเข้ารับการตรวจและประเมินที่ Ortho Smile Clinic
สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังค้นหาข้อมูล “เด็กชอบดูดนิ้ว ฟันจะเสียจริงไหม โคราช” สามารถพาลูกเข้ารับการตรวจและประเมินที่ Ortho Smile Clinic เพื่อดูว่าพฤติกรรมดูดนิ้วเริ่มส่งผลต่อการเรียงตัวของฟันหรือการสบฟันแล้วหรือยัง
ทันตแพทย์สามารถประเมิน ฟันหน้าบนยื่น ฟันสบเปิด ฟันสบคร่อม ความกว้างของแนวฟัน และความสัมพันธ์ระหว่างขากรรไกรบนกับล่าง พร้อมให้คำแนะนำเรื่องการช่วยลดพฤติกรรมตามช่วงวัยของเด็ก
หากลูกยังดูดนิ้วเป็นประจำ หรือคุณพ่อคุณแม่เริ่มสังเกตว่า ฟันหน้าไม่สบกัน ฟันยื่นมากขึ้น หรือกัดฟันแล้วดูผิดปกติ ไม่จำเป็นต้องรอให้ฟันแท้ขึ้นครบก่อนเข้ารับการตรวจ
Ortho Smile Clinic มี 4 สาขาในจังหวัดนครราชสีมา ได้แก่ สาขา NDC สืบศิริ, สาขา PTT สุรณารายณ์ หน้ามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน, สาขาเซฟวัน และสาขาเซ็นทรัลโคราช ชั้น 3
สามารถนัดหมายเข้ารับการตรวจและประเมินพัฒนาการของฟันและการสบฟันของเด็กได้ค่ะ
ผลของพฤติกรรมดูดนิ้วต่อฟันและการสบฟันแตกต่างกันในเด็กแต่ละคน ขึ้นอยู่กับความถี่ ระยะเวลา ความแรงในการดูด ช่วงอายุ และรูปแบบการเจริญเติบโต การเข้ารับการตรวจไม่ได้หมายความว่าเด็กจะต้องจัดฟันหรือใช้เครื่องมือทันที
ต้องการจองคิวทำฟัน หรือ สอบถามรายละเอียด
IN BOX : m.me/orthosmilekorat
ID LINE : https://line.me/R/ti/p/%40dhh0551e
TIKTOK : https://www.tiktok.com/@orthosmilekorat
WebSite : https://orthosmilekorat.world/
สำนักงานใหญ่ NDC สืบศิริ (ถ.สืบศิริ)
โทร. 065-2405720 , 093-5682666
https://maps.app.goo.gl/wY7UcbFzwDg1ssJe6
สาขาในปั้มปตท.หน้าม.เทคโนราชมงคลอีสาน(ถ.สุรณารายน์)
โทร. 044-271560 , 081-1202903
https://maps.app.goo.gl/XKJ1JW2vh6n4cNEm7
สาขาเซฟวัน (โซนซาลอน)
โทร. 063-881-8190 , 065-5125145
https://goo.gl/maps/viYtUD3mASF2T3S7A
สาขาใหม่ สาขาเซ็นทรัลโคราช ชั้น 3 เยื้องสำนักงานหนังสือเดินทาง
โทร.061-159-9333, 065-240-5719
https://maps.app.goo.gl/LibThhrzkVBT4QfA9
