ควรเริ่มจัดฟันช่วงอายุเท่าไหร่ จึงจะเหมาะสมที่สุด? เด็ก 7 ขวบ 11–14 ปี ต่างกันอย่างไร
ควรเริ่มจัดฟันช่วงอายุเท่าไหร่ จึงจะเหมาะสมที่สุด? เป็นคำถามที่คุณพ่อคุณแม่มักสงสัย โดยเฉพาะเมื่อลูกเริ่มมีฟันแท้ ฟันซ้อน ฟันยื่น หรือสังเกตว่าการสบฟันดูไม่เหมือนปกติ
หลายคนอาจเคยได้ยินว่า ช่วงอายุประมาณ 11–14 ปีเหมาะกับการจัดฟัน เพราะเป็นช่วงที่ฟันแท้ส่วนใหญ่เริ่มขึ้นแล้ว เด็กสามารถให้ความร่วมมือและดูแลสุขภาพช่องปากได้ดีขึ้น รวมถึงยังอยู่ในช่วงที่ร่างกายและขากรรไกรมีการเจริญเติบโต
ข้อมูลส่วนนี้มีเหตุผลในทางคลินิก แต่ไม่ได้หมายความว่าเด็กทุกคนต้องรอจนถึงอายุ 11 ปีจึงเริ่มตรวจ หรือเด็กทุกคนควรติดเครื่องมือในช่วงอายุ 11–14 ปี
ในความเป็นจริง ไม่มีอายุเดียวที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการจัดฟันทุกคน เพราะช่วงเวลารักษาต้องพิจารณาจากปัญหาของฟัน การสบฟัน การขึ้นของฟันแท้ และพัฒนาการของขากรรไกรเป็นรายบุคคล American Association of Orthodontists หรือ AAO แนะนำให้เด็กได้รับการประเมินด้านการจัดฟันเมื่อพบความผิดปกติ และไม่ควรช้ากว่าประมาณอายุ 7 ปี แต่การตรวจในวัยนี้ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเริ่มจัดฟันทันที
อายุ 11–14 ปี คือช่วงที่ดีที่สุดสำหรับจัดฟันจริงไหม?
สำหรับเด็กจำนวนมาก ช่วงประมาณ 11–14 ปีสามารถเป็นช่วงที่เหมาะกับการเริ่มจัดฟันแบบครอบคลุม หรือ Comprehensive Orthodontic Treatment เพราะฟันแท้ส่วนใหญ่กำลังขึ้นหรือขึ้นมาแล้ว และสามารถประเมินความสัมพันธ์ของฟันบน ฟันล่าง และการสบฟันได้ชัดเจนขึ้น
ช่วงวัยนี้ยังเป็นช่วงที่เด็กหลายคนสามารถดูแลความสะอาดของฟันและเครื่องมือได้ดีขึ้น เข้าใจคำแนะนำของทันตแพทย์ และให้ความร่วมมือในการรักษาได้มากกว่าเด็กเล็ก
AAPD ระบุว่า เมื่อเข้าสู่ระยะฟันถาวรในวัยรุ่น สามารถวางแผนวินิจฉัยและรักษาความผิดปกติ เช่น ฟันซ้อนเก ความผิดปกติ Class II, Class III รวมถึงการสบคร่อมด้านหน้าและด้านหลังได้ แต่ในกรณีที่มีปัญหาบางประเภท การรักษาอาจเริ่มตั้งแต่ระยะฟันผสมก่อนหน้านี้ได้
ดังนั้นถ้าจะใช้คำว่า “Golden Period” ในสื่อการตลาด ผมแนะนำให้เขียนว่า
“ช่วงอายุประมาณ 11–14 ปี เป็นช่วงที่เหมาะกับการเริ่มจัดฟันในเด็กจำนวนมาก แต่ไม่ใช่อายุที่ดีที่สุดสำหรับทุกเคส”
จะปลอดภัยและตรงตามหลักการแพทย์มากกว่าการระบุว่า “11–14 ปีคือช่วงที่ดีที่สุด” แบบตายตัว
ก่อนเริ่มจัดฟัน ทันตแพทย์ต้องดูอะไรบ้าง?
อายุเป็นเพียงหนึ่งในหลายปัจจัย
ก่อนเริ่มรักษา ทันตแพทย์จะต้องประเมินการเรียงตัวของฟัน การสบฟัน จำนวนและตำแหน่งของฟันแท้ พื้นที่ในขากรรไกร ความสัมพันธ์ของขากรรไกรบนและล่าง รูปหน้า และพัฒนาการของเด็ก
AAPD เน้นว่าการวางแผนรักษาควรอาศัยการตรวจอย่างครบถ้วน ข้อมูลที่เหมาะสม การวินิจฉัยแยกโรค และแผนการรักษาตามลำดับ โดยต้องพิจารณาทั้งการเจริญเติบโตของโครงสร้างใบหน้า ความร่วมมือ และช่วงเวลาของการรักษาด้วย
นอกจากนี้ สุขภาพช่องปากควรอยู่ในสภาพที่เหมาะสมก่อนเริ่มจัดฟัน เพราะเครื่องมือทำให้การทำความสะอาดซับซ้อนขึ้น หากมีฟันผุหรือปัญหาเหงือกควรได้รับการดูแลก่อนตามความเหมาะสม
เด็กต้องดูแลตัวเองได้แค่ไหนก่อนจัดฟัน?
ความร่วมมือของเด็กเป็นอีกปัจจัยที่สำคัญมาก ไม่แพ้อายุ
เด็กต้องสามารถรักษาความสะอาดของฟันและเครื่องมือ รับผิดชอบการมาตามนัด และปฏิบัติตามคำแนะนำที่เกี่ยวข้องกับเครื่องมือที่ใช้
โดยเฉพาะการจัดฟันแบบติดแน่น ต้องทำความสะอาดรอบเครื่องมืออย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดความเสี่ยงของฟันผุและปัญหาเหงือก NHS แนะนำให้ผู้ที่ใส่เครื่องมือติดแน่นดูแลทั้งการแปรงฟัน ทำความสะอาดระหว่างฟัน และมาตรวจสุขภาพช่องปากตามปกติ
จึงเป็นเหตุผลอีกข้อที่ทำให้เด็กวัย 11–14 ปีจำนวนมากพร้อมสำหรับการจัดฟันมากกว่าเด็กเล็ก แต่ก็ยังต้องดูความพร้อมเป็นรายคน
เด็กอายุต่ำกว่า 11 ปี จัดฟันได้ไหม?
ได้ หากมีข้อบ่งชี้ที่เหมาะสม
การจัดฟันในเด็กอายุน้อยกว่า 11 ปีมักไม่ได้มีเป้าหมายเพียงทำให้ฟันเรียงสวย แต่สามารถเป็นการรักษาที่เรียกว่า Early Orthodontic Treatment หรือ Interceptive Orthodontic Treatment ซึ่งทำในช่วงที่ยังมีฟันน้ำนมและฟันแท้อยู่ร่วมกัน
เป้าหมายอาจเป็นการจัดการปัญหาที่กำลังพัฒนา เช่น การสบคร่อมบางประเภท พื้นที่ไม่เพียงพอสำหรับฟันแท้ การขึ้นผิดตำแหน่งของฟัน หรือความผิดปกติของการเจริญเติบโตของขากรรไกรในบางกรณี
AAPD ระบุว่าการประเมินและรักษาในระยะฟันผสมสามารถครอบคลุมเรื่องฟันซ้อนเก การขึ้นผิดตำแหน่ง การรักษาพื้นที่ การสบคร่อม และการเจริญเติบโตของโครงสร้างขากรรไกรที่ไม่เหมาะสมได้
ดังนั้น หากลูกอายุเพียง 7, 8, 9 หรือ 10 ปี แต่พบความผิดปกติ ไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงอายุ 11–14 ปีจึงค่อยพาไปตรวจ
ฟันสบคร่อมในเด็ก ทำไมควรตรวจตั้งแต่เนิ่น ๆ?
ฟันสบคร่อม หรือ Crossbite เป็นหนึ่งในปัญหาที่ควรได้รับการประเมินตั้งแต่เด็ก
เช่น ปกติฟันหน้าบนควรอยู่ด้านหน้าฟันหน้าล่างเล็กน้อย แต่หากฟันหน้าล่างกลับอยู่ด้านหน้าฟันบน อาจเป็น anterior crossbite ซึ่งต้องตรวจว่าสาเหตุเกิดจากตำแหน่งของฟันหรือความสัมพันธ์ของขากรรไกร
ในกรณีของ posterior crossbite เด็กบางคนอาจต้องเลื่อนขากรรไกรไปด้านใดด้านหนึ่งเพื่อให้สามารถกัดฟันเข้าหากันได้
AAPD ระบุว่า crossbite ที่คาดว่าจะไม่สามารถแก้ไขตัวเองได้ควรได้รับการประเมินและจัดการในเวลาที่เหมาะสม เพื่อช่วยให้ความสัมพันธ์ของการสบฟันพัฒนาไปในทิศทางที่เหมาะสม
จึงไม่จำเป็นต้องรอให้ฟันแท้ขึ้นครบทุกซี่ก่อนจึงค่อยปรึกษา
ฟันยื่นมาก ควรรอให้โตก่อนหรือไม่?
ไม่ควรตัดสินจากอายุเพียงอย่างเดียว
เด็กที่มีฟันหน้าบนยื่นมากควรได้รับการตรวจว่าความยื่นนั้นเกิดจากตำแหน่งของฟัน ความสัมพันธ์ของขากรรไกร หรือทั้งสองอย่างร่วมกัน
การจัดฟันสามารถใช้ช่วยแก้ไขฟันที่ยื่นและการสบฟันได้ และ NHS ระบุว่าการจัดฟันอาจช่วยลดโอกาสที่ฟันซึ่งยื่นเด่นจะได้รับความเสียหายได้ด้วย
แต่จะเริ่มรักษาทันทีหรือรอให้เด็กเข้าสู่ช่วงการเจริญเติบโตที่เหมาะสม ต้องประเมินเป็นรายบุคคล
ดังนั้นถ้าลูกฟันยื่นชัดเจน การพามาปรึกษาก่อนอายุ 11 ปีก็ไม่ถือว่าเร็วเกินไป
ฟันซ้อนเก ต้องรีบจัดตั้งแต่เด็กไหม?
ช่วงที่ฟันแท้เริ่มขึ้น คุณพ่อคุณแม่มักตกใจเพราะฟันแท้มีขนาดใหญ่กว่าฟันน้ำนม ทำให้ฟันดูซ้อนหรือพื้นที่แน่นขึ้น
ทันตแพทย์ต้องประเมินว่าเป็นฟันซ้อนเกในระดับที่สามารถติดตามได้ หรือมีความไม่สมดุลระหว่างขนาดของฟันกับพื้นที่ในขากรรไกรมากจนควรวางแผนจัดการ
AAPD ระบุว่าการประเมินพื้นที่ของแนวฟันสามารถเริ่มทำได้ในช่วงที่ฟันหน้าถาวรกำลังขึ้น เพื่อช่วยวางแผนการจัดการ crowding และพื้นที่สำหรับฟันแท้
ดังนั้นไม่ควรใช้เพียงภาพฟันเกเป็นเหตุผลในการรีบติดเครื่องมือ แต่ก็ควรตรวจเพื่อดูว่ามีพื้นที่สำหรับฟันแท้ที่เหลือหรือไม่
ต้องรอให้ฟันแท้ขึ้นครบก่อนจัดฟันไหม?
คำตอบคือ ไม่จำเป็นทุกเคส
สำหรับการจัดฟันแบบเต็มรูปแบบ ทันตแพทย์มักรอให้ฟันแท้ส่วนใหญ่ขึ้นมาแล้ว จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมวัยประมาณ 11–14 ปีจึงเป็นช่วงที่เด็กจำนวนมากเริ่มจัดฟัน
NHS ระบุว่าการรักษาจัดฟันมักเริ่มหลังจากฟันแท้ส่วนใหญ่ของเด็กเริ่มขึ้นมาแล้ว
แต่หากเป็นปัญหาที่สามารถได้รับประโยชน์จากการแก้ไขก่อน เช่น การสบคร่อม ความผิดปกติของพื้นที่ หรือความไม่สมดุลของการเจริญเติบโตบางประเภท สามารถประเมินและรักษาตั้งแต่ช่วงที่ยังมีฟันน้ำนมเหลืออยู่ได้
ดังนั้นคำถามที่ถูกต้องจึงไม่ใช่แค่ “ฟันแท้ขึ้นครบหรือยัง?” แต่ควรถามว่า “ปัญหาของเด็กคนนี้ควรรักษาในช่วงพัฒนาการใด?”
ควรเริ่มจัดฟันช่วงอายุเท่าไหร่ จึงจะเหมาะสมที่สุด โคราช ปรึกษาที่ Ortho Smile Clinic
สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังค้นหาข้อมูล “ควรเริ่มจัดฟันช่วงอายุเท่าไหร่ จึงจะเหมาะสมที่สุด โคราช” สามารถพาลูกเข้ารับการตรวจและประเมินที่ Ortho Smile Clinic เพื่อดูพัฒนาการของฟัน การสบฟัน พื้นที่สำหรับฟันแท้ และความสัมพันธ์ของขากรรไกรก่อนตัดสินใจเริ่มจัดฟัน
เด็กแต่ละคนอาจมีช่วงเวลาที่เหมาะสมแตกต่างกัน บางคนตรวจตั้งแต่อายุประมาณ 7 ปีแล้วสามารถติดตามต่อได้โดยยังไม่ต้องใช้เครื่องมือ ขณะที่บางคนอาจมีปัญหาการสบฟันหรือขากรรไกรที่ควรวางแผนดูแลตั้งแต่ก่อนฟันแท้ขึ้นครบ
สำหรับเด็กที่เข้าสู่ช่วงประมาณ 11–14 ปี และฟันแท้ส่วนใหญ่ขึ้นแล้ว ก็เป็นช่วงที่สามารถประเมินความพร้อมสำหรับการจัดฟันแบบเต็มรูปแบบได้ในหลายเคส แต่ยังต้องพิจารณาจากลักษณะปัญหาและพัฒนาการของแต่ละคนเป็นหลัก
ที่ Ortho Smile Clinic มีทีมทันตแพทย์ด้านการจัดฟันดูแลและวางแผนการรักษาตามช่วงวัย โดยสามารถประเมินทั้งฟัน การสบฟัน และความสัมพันธ์ของขากรรไกร เพื่อเลือกช่วงเวลาที่เหมาะกับเด็กแต่ละคน
Ortho Smile Clinic มี 4 สาขาในจังหวัดนครราชสีมา ได้แก่ สาขา NDC สืบศิริ, สาขา PTT สุรณารายณ์ หน้ามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน, สาขาเซฟวัน และสาขาเซ็นทรัลโคราช ชั้น 3 สามารถเลือกเข้ารับบริการในสาขาที่สะดวกได้ค่ะ
หากลูกมี ฟันยื่น ฟันซ้อนเก ฟันสบคร่อม ฟันสบลึก ฟันสบเปิด ฟันแท้ขึ้นผิดตำแหน่ง หรือขากรรไกรดูไม่สมดุล สามารถเข้ารับการตรวจได้โดยไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงอายุ 11–14 ปี
ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเริ่มจัดฟันแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับปัญหาการสบฟัน ระยะการขึ้นของฟันแท้ การเจริญเติบโตของขากรรไกร และความพร้อมของผู้รับการรักษา การเข้ารับการตรวจไม่ได้หมายความว่าจะต้องเริ่มจัดฟันทันที
ต้องการจองคิวทำฟัน หรือ สอบถามรายละเอียด
IN BOX : m.me/orthosmilekorat
ID LINE : https://line.me/R/ti/p/%40dhh0551e
TIKTOK : https://www.tiktok.com/@orthosmilekorat
WebSite : https://orthosmilekorat.world/
สำนักงานใหญ่ NDC สืบศิริ (ถ.สืบศิริ)
โทร. 065-2405720 , 093-5682666
https://maps.app.goo.gl/wY7UcbFzwDg1ssJe6
สาขาในปั้มปตท.หน้าม.เทคโนราชมงคลอีสาน(ถ.สุรณารายน์)
โทร. 044-271560 , 081-1202903
https://maps.app.goo.gl/XKJ1JW2vh6n4cNEm7
สาขาเซฟวัน (โซนซาลอน)
โทร. 063-881-8190 , 065-5125145
https://goo.gl/maps/viYtUD3mASF2T3S7A
สาขาใหม่ สาขาเซ็นทรัลโคราช ชั้น 3 เยื้องสำนักงานหนังสือเดินทาง
โทร.061-159-9333, 065-240-5719
https://maps.app.goo.gl/LibThhrzkVBT4QfA9
