หมอชิเล่าเคส ขั้นตอนทำ All On ฟันโยกทั้งปาก รักษาอย่างไรให้กลับมาใช้งานได้อีกครั้ง
เมื่อฟันเริ่มโยกหลายซี่ เคี้ยวอาหารไม่ถนัด หรือรู้สึกว่าฟันไม่แข็งแรงเหมือนเดิม ปัญหาอาจไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับตัวฟัน แต่อาจเกี่ยวข้องกับ โรคปริทันต์และกระดูกรอบรากฟัน ด้วย
สำหรับผู้ที่มีฟันเสียหายหลายซี่จนไม่สามารถเก็บรักษาไว้ได้ การรักษาด้วยรากฟันเทียมเพื่อรองรับฟันติดแน่นทั้งขากรรไกร หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ All-on-4 / All-on-6 หรือ All On อาจเป็นหนึ่งในทางเลือกที่ทันตแพทย์พิจารณา
บทความ หมอชิเล่าเคส ขั้นตอนทำ All On นี้ เป็นกรณีของผู้รับบริการที่มีปัญหาโรคปริทันต์รุนแรงและฟันโยกหลายซี่ ส่งผลทั้งต่อการเคี้ยวอาหารและความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวัน
หลังการตรวจวินิจฉัย ทีมทันตแพทย์จึงวางแผนการรักษาตั้งแต่การประเมินสุขภาพช่องปาก การตรวจภาพรังสีสามมิติ การสแกนช่องปาก การจัดการฟันที่ไม่สามารถเก็บไว้ได้ ไปจนถึงการวางรากฟันเทียมและออกแบบฟันติดแน่นให้เหมาะกับเคส
อย่างไรก็ตาม การรักษา All On ไม่ได้มีขั้นตอนหรือระยะเวลาเหมือนกันทุกคน การตัดสินใจต้องขึ้นอยู่กับสภาพเหงือก กระดูก ปริมาณและคุณภาพกระดูก สุขภาพโดยรวม ตำแหน่งที่ต้องวางรากเทียม และปัจจัยเสี่ยงของผู้รับบริการแต่ละราย
All On คืออะไร?
คำว่า All On ที่ใช้กันทั่วไป หมายถึงการบูรณะฟันทั้งขากรรไกรด้วยฟันติดแน่นที่รองรับด้วยรากฟันเทียมหลายตัว แทนที่จะฝังรากฟันเทียมหนึ่งตัวต่อฟันหนึ่งซี่
รูปแบบที่หลายคนคุ้นเคยคือ All-on-4 ซึ่งใช้รากฟันเทียม 4 ตัวรองรับฟันติดแน่นทั้งขากรรไกร โดยแนวคิดดั้งเดิมของ All-on-4 ใช้รากเทียมด้านหน้า 2 ตัวและด้านหลังอีก 2 ตัวที่สามารถวางเอียงตามการวางแผนเพื่อใช้ประโยชน์จากกระดูกที่มีอยู่
อีกแนวทางหนึ่งที่พบได้คือ All-on-6 ซึ่งใช้รากเทียม 6 ตัว แต่ไม่ได้หมายความว่า 6 ตัวจะ “ดีกว่า” 4 ตัวสำหรับทุกคน จำนวนรากเทียมที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับปริมาณกระดูก ตำแหน่งทางกายวิภาค แรงบดเคี้ยว การออกแบบฟัน และแผนการรักษาของแต่ละเคส
ดังนั้นผู้ที่กำลังค้นหา ขั้นตอนทำ All On โคราช ควรเริ่มจากการตรวจก่อนว่าโครงสร้างช่องปากเหมาะกับแนวทางใด มากกว่าตัดสินใจจากจำนวนรากเทียมเพียงอย่างเดียว
หมอชิเล่าเคส ฟันโยกทั้งปากจากโรคปริทันต์
สำหรับเคสนี้ ผู้รับบริการมีปัญหา โรคปริทันต์ในระดับรุนแรงร่วมกับฟันโยกหลายซี่
โรคปริทันต์เป็นภาวะที่มีการอักเสบและสูญเสียเนื้อเยื่อที่รองรับฟัน รวมถึงกระดูกรอบรากฟัน เมื่อโรคมีความรุนแรงมากขึ้น ฟันอาจเริ่มโยก เคี้ยวอาหารไม่มั่นคง หรือสูญเสียฟันในที่สุด
ปัญหาของผู้รับบริการจึงไม่ได้มีเพียงเรื่อง “ฟันไม่สวย” แต่เกี่ยวข้องกับทั้งสุขภาพช่องปาก การใช้งาน และคุณภาพชีวิต
หลังตรวจแล้ว ทันตแพทย์จึงต้องประเมินแยกเป็นรายซี่ว่า ฟันซี่ใดสามารถเก็บรักษาได้ และฟันซี่ใดมีพยากรณ์โรคไม่ดีจนควรพิจารณาถอน
นี่เป็นหลักสำคัญ เพราะการทำ All On ไม่ควรเริ่มจากการตัดสินใจว่า “ถอนทั้งหมดก่อน” โดยไม่ได้ประเมินก่อนว่าฟันธรรมชาติซี่ใดสามารถรักษาไว้ได้หรือไม่
ขั้นตอนที่ 1 ตรวจช่องปากและประเมินฟันทุกซี่
ก่อนตัดสินใจทำ All On ทันตแพทย์ต้องตรวจว่า ฟันที่เหลืออยู่มีสภาพอย่างไร มีฟันโยกระดับไหน มีการสูญเสียกระดูกมากน้อยเพียงใด และมีฟันใดที่ยังสามารถรักษาไว้ได้
ในผู้ที่เป็นโรคปริทันต์ จะต้องประเมินสุขภาพเหงือก การอักเสบ ความลึกของร่องเหงือก การสูญเสียกระดูก และปัจจัยอื่นที่อาจส่งผลต่อความสำเร็จในระยะยาว
รวมถึงซักประวัติด้านสุขภาพ เช่น เบาหวาน การสูบบุหรี่ ยาที่รับประทานเป็นประจำ และโรคประจำตัวบางประเภท เนื่องจากสิ่งเหล่านี้อาจมีผลต่อการหายของแผลและการรักษาด้วยรากฟันเทียม
ขั้นตอนที่ 2 ถ่าย CT หรือ CBCT เพื่อประเมินกระดูก
หนึ่งในขั้นตอนสำคัญของการวางแผนรากฟันเทียมคือการประเมินโครงสร้างกระดูกแบบสามมิติด้วย CBCT หรือ Cone Beam CT
ภาพดังกล่าวช่วยให้ทันตแพทย์ประเมินความกว้างและความสูงของกระดูก ตำแหน่งของโพรงไซนัส เส้นประสาท และโครงสร้างสำคัญอื่น ๆ เพื่อช่วยวางแผนตำแหน่งและขนาดรากฟันเทียม
American Academy of Oral and Maxillofacial Radiology แนะนำ CBCT สำหรับการประเมินพื้นที่ฝังรากเทียมแบบสามมิติก่อนการผ่าตัด โดยการใช้ภาพรังสีควรมีข้อบ่งชี้และเลือกพื้นที่ถ่ายเท่าที่จำเป็น
จึงควรใช้คำว่า “ช่วยวางแผนได้ละเอียดขึ้น” มากกว่า “CT ทำให้ฝังรากเทียมแม่นยำ 100%”
ขั้นตอนที่ 3 Oral Scan เก็บข้อมูลฟันและการสบฟันแบบดิจิทัล
นอกจากภาพกระดูกแล้ว ยังสามารถใช้ Digital Oral Scan หรือการสแกนภายในช่องปากเพื่อเก็บรูปร่างของฟัน เหงือก และการสบฟันแบบดิจิทัล
ข้อมูลจาก Oral Scan สามารถนำมาประกอบกับข้อมูลภาพรังสีและการตรวจทางคลินิก เพื่อช่วยออกแบบฟันและวางแผนการรักษา
เป้าหมายไม่ได้มีเพียงการทำให้ฟันเรียงสวย แต่ต้องพิจารณา ตำแหน่งฟัน แรงกัด การออกเสียง รูปหน้า รอยยิ้ม และความสามารถในการทำความสะอาดหลังรักษา ร่วมกัน
ขั้นตอนที่ 4 วางแผนตำแหน่งรากเทียมและฟันก่อนผ่าตัด
การรักษา Full-arch Implant ควรวางแผนจากปลายทางของฟันที่ต้องการกลับมาสู่ตำแหน่งรากเทียม หรือแนวคิดที่เรียกว่า Prosthetically Driven Implant Planning
กล่าวง่าย ๆ คือ ไม่ใช่เพียงมองว่า “ตรงไหนมีกระดูกก็ฝังตรงนั้น” แต่ต้องคำนึงว่ารากเทียมที่วางลงไปจะรองรับฟันตำแหน่งใด รับแรงอย่างไร และผู้ป่วยจะสามารถทำความสะอาดบริเวณใต้สะพานฟันได้หรือไม่
แนวทาง EFP ให้ความสำคัญกับตำแหน่งรากเทียมแบบสามมิติและการออกแบบฟันที่เอื้อต่อการทำความสะอาด เพื่อช่วยลดปัจจัยเสี่ยงต่อโรครอบรากเทียมในระยะยาว
ขั้นตอนที่ 5 ถอนฟันที่ไม่สามารถเก็บรักษาได้
หากหลังตรวจพบว่าฟันบางซี่มีพยากรณ์โรคไม่ดี ไม่สามารถเก็บรักษาได้อย่างเหมาะสม ทันตแพทย์อาจวางแผนถอนฟันเหล่านั้น
ในเคส Full-arch บางราย การถอนฟันและวางรากเทียมสามารถเกิดขึ้นในช่วงการรักษาเดียวกันได้ แต่ไม่ใช่ทุกคนจะเหมาะกับแนวทางนี้
ต้องพิจารณาทั้งการติดเชื้อ ปริมาณกระดูก คุณภาพกระดูก สภาพของเนื้อเยื่อ และความมั่นคงของรากเทียมเมื่อวางเสร็จ
ขั้นตอนที่ 6 วางรากฟันเทียม
เมื่อเตรียมช่องปากและพื้นที่พร้อมแล้ว ทันตแพทย์จะวางรากฟันเทียมตามตำแหน่งที่วางแผนไว้
ใน All-on-4 จะใช้รากเทียม 4 ตัวรองรับฟันทั้งขากรรไกร ส่วนการวางจำนวนอื่น เช่น 5 หรือ 6 ตัว ขึ้นอยู่กับระบบและแผนการรักษา
ตำแหน่ง ขนาด ความยาว และมุมของรากเทียมไม่ควรใช้สูตรเดียวกับทุกคน แต่ต้องประเมินจากกายวิภาคและสภาพกระดูกเป็นรายบุคคล
All On ใช้เวลาประมาณ 4–6 เดือนจริงไหม?
สำหรับเคสที่หมอชินำมาเล่า แผนการรักษาโดยรวมอยู่ที่ประมาณ 4–6 เดือน
แต่ไม่ควรใช้ตัวเลขนี้กับผู้รับบริการทุกคน
บางคนอาจใช้เวลาสั้นหรือยาวกว่านี้ ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น
- ปริมาณและคุณภาพกระดูก
- จำเป็นต้องปลูกกระดูกหรือไม่
- สุขภาพเหงือกและปริทันต์
- จำนวนรากเทียม
- ความมั่นคงของรากเทียม
- การหายของแผล
- การสูบบุหรี่
- โรคประจำตัว
- การควบคุมระดับน้ำตาลในผู้เป็นเบาหวาน
- การตอบสนองของร่างกายแต่ละคน
จึงควรเขียนในเว็บไซต์ว่า “เคสนี้ใช้เวลารักษาประมาณ 4–6 เดือนตามแผน แต่ระยะเวลาจริงแตกต่างกันในแต่ละบุคคล”
หมอชิเล่าเคส ขั้นตอนทำ All On โคราช ปรึกษาที่ Ortho Smile Clinic
สำหรับผู้ที่กำลังค้นหาข้อมูล “หมอชิเล่าเคส ขั้นตอนทำ All On โคราช” หรือกำลังมีปัญหา ฟันโยกหลายซี่ ฟันเหลือน้อย โรคปริทันต์รุนแรง หรือสูญเสียฟันทั้งขากรรไกร สามารถเข้ารับการตรวจและประเมินที่ Ortho Smile Clinic
การวางแผนจะเริ่มจากการตรวจสุขภาพช่องปากและฟันที่เหลือ ประเมินโรคปริทันต์ ตรวจปริมาณกระดูก และใช้ข้อมูลจากภาพรังสีสามมิติหรือการสแกนตามความจำเป็น ก่อนวางแผนว่าควรเก็บฟันซี่ใด ถอนฟันซี่ใด ต้องใช้รากเทียมจำนวนเท่าไร และสามารถใส่ฟันชั่วคราวติดแน่นในช่วงแรกได้หรือไม่
สำหรับผู้ที่มีประวัติโรคปริทันต์ การรักษายังต้องให้ความสำคัญกับการควบคุมโรคและการดูแลสุขภาพเหงือกในระยะยาว เพื่อช่วยลดความเสี่ยงของปัญหารอบรากฟันเทียม
ที่ Ortho Smile Clinic สามารถเข้ารับการประเมินและวางแผนการรักษาด้านรากฟันเทียมและการฟื้นฟูฟัน โดยพิจารณาแนวทางตามสภาพช่องปากของแต่ละบุคคล
Ortho Smile Clinic มี 4 สาขาในจังหวัดนครราชสีมา ได้แก่ สาขา NDC สืบศิริ, สาขา PTT สุรณารายณ์ หน้ามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน, สาขาเซฟวัน และสาขาเซ็นทรัลโคราช ชั้น 3 สามารถเลือกเข้ารับบริการในสาขาที่สะดวกได้ค่ะ
หากมีปัญหา ฟันโยกทั้งปาก ฟันหายหลายซี่ เคี้ยวอาหารลำบาก หรือกำลังลังเลระหว่างฟันปลอมกับรากฟันเทียมแบบติดแน่น สามารถเข้ารับการตรวจเพื่อดูว่าการรักษาแบบ All On เหมาะกับสภาพกระดูก เหงือก และสุขภาพช่องปากของคุณหรือไม่
จำนวนรากฟันเทียม วิธีการรักษา การใส่ฟันชั่วคราว ระยะเวลา และผลลัพธ์แตกต่างกันในแต่ละบุคคล การใส่ฟันติดแน่นทันทีสามารถทำได้เฉพาะบางกรณีที่ผ่านเกณฑ์และรากเทียมมีความมั่นคงเหมาะสม ควรได้รับการตรวจ วินิจฉัย และวางแผนโดยทันตแพทย์ก่อนเริ่มรักษา
ต้องการจองคิวทำฟัน หรือ สอบถามรายละเอียด
IN BOX : m.me/orthosmilekorat
ID LINE : https://line.me/R/ti/p/%40dhh0551e
TIKTOK : https://www.tiktok.com/@orthosmilekorat
WebSite : https://orthosmilekorat.world/
สำนักงานใหญ่ NDC สืบศิริ (ถ.สืบศิริ)
โทร. 065-2405720 , 093-5682666
https://maps.app.goo.gl/wY7UcbFzwDg1ssJe6
สาขาในปั้มปตท.หน้าม.เทคโนราชมงคลอีสาน(ถ.สุรณารายน์)
โทร. 044-271560 , 081-1202903
https://maps.app.goo.gl/XKJ1JW2vh6n4cNEm7
สาขาเซฟวัน (โซนซาลอน)
โทร. 063-881-8190 , 065-5125145
https://goo.gl/maps/viYtUD3mASF2T3S7A
สาขาใหม่ สาขาเซ็นทรัลโคราช ชั้น 3 เยื้องสำนักงานหนังสือเดินทาง
โทร.061-159-9333, 065-240-5719
https://maps.app.goo.gl/LibThhrzkVBT4QfA9
